ตอนนี้กลับมาอยู่ญี่ปุ่นอีกครั้งแล้ว

เนื่องด้วยต้องมาทำงานบริษัทลูกค้าที่ญี่ปุ่น

จากไทยมาคืนวันที่ 10 มิ.ย ห้าทุ่มได้ ถึงญี่ปุ่น 7 โมงกว่าๆ

แต่ไม่ได้นอนเลย เพราะคนข้างๆ เปิดไฟ อ่านหนังสือพิมพ์ทั้งคืนเลย (จะมาอยากรู้ข่าวสารอะไรตอนนี้นะ)
แต่เพื่อนที่ไปด้วย หลับตลอดทางเลย น่าอิจฉาจริงๆ (กินอิ่มแล้วก็หลับ)
มาถึงญี่ปุ่นคราวนี้ ไม่มีอะไรต้องกังวลเท่าไหร่

มั่นใจในภ.ญี่ปุ่นตัวเองมากขึ้น (คิดว่างั้นนะ)

วันแรกมาถึง ต้องเข้าสำนักงานใหญ่ที่อุเอโนะ ที่โตเกียว

ประชุมเรื่องต่างๆ ในการใช้ชีิวิตอยู่ที่นี่ (รวมเรื่องเงินด้วยหนะแหละ)
ที่ญี่ปุ่นนี่ มีเพื่อนในบริษัทที่มาอยู่ที่นี่อยู่หลายคน

แต่ละคนก็มีจุดหมายที่ต้องมาญี่ปุ่นแตกต่างกันไป

แต่ส่วนใหญ่ก็คือ มาเรียนรู้งาน แตกต่างกับเราที่มาเพราะเรื่องงาน

วันแรกตอนเย็นก็ได้กินข้าวกับเพื่อนคนไทย กับคนญี่ปุ่นในบริษัท

แล้วก็นอนที่โรงแรมแถวๆนั้นเพราะเช้าก็ต้องนั่งชิงกังเซ็น มาที่ฮามามัทซึ ในจังหวัดชิซึโอกะอีก

อันนี้คือ ชิงกังเซ็ง ที่ใช้มาฮามามัทซึ ชื่อสาย ฮิคาริเบอร์ 43 (จริงๆ จำไม่ได้หรอก ต้องไปหาอีกทีว่าชื่อไรแน่)
ใช้เวลาชั่วโมงครึ่งได้ ถึงที่ฮามามัทซึ( ตอนแรกก็ว่าจะได้นอนในรถ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้นอนซะอีก)
พอถึงก็ไปเช่ารถตู้ เพราะต้องเดินทางไปๆมาๆหลายที

่ (อ่อ ลืมบอกไปว่า มีคนญี่ปุ่นที่ตามมาจัดการเรื่องต่างๆ ให้ สองคนด้วย กับคนไทยที่เป็นล่ามอีกคนนึง)

(อยากจะขับเองด้วย แต่เสียดายไม่มีใบขับขี่สากล )

ก็ไปที่บริษัทลูกค้า ไปที่สำนักงานเขต ไปทำใบคนต่างด้าว (จะเรียกอะไรดีนะ)

เสร็จก็ไปห้อง ตอนแรกก็ไปที่ห้องเพื่อนก่อน หาไรกิน แล้วถึงจะไปห้องเรา

ห้องเรานี่จากสถานีรถไฟถึงห้อง ค่อนข้างไกล เดินสิบนาทีได้ (เดินแบบญี่ปุ่น ถ้าเดินแบบไทยน่าจะ 20 นาทีมั้ง)

พอเอาของลงที่ห้องเสร็จ ก็ต้องเอารถไปคืน แล้วคนญี่ปุ่น ก็สอนขึ้นรถไฟไปห้องอีกรอบนึง

แล้วคนญี่ปุ่นที่มาด้วยก็กล้ับไปก่อน ทีนี้ก็อยู่คนเดียวแล้ว ก็รอคนมาจัดการเรื่องแก๊ซ

(เคยเล่าไปยังน้า เอาไว้ก่อนละกัน)

เสร็จก็นั่งรถไฟไปหาไรกินแถวออฟฟิซ เพราะน่าจะหาอะไรกินง่ายกว่า

แถวห้อง แล้วก็ได้นอนพักผ่อน เต็มๆคืนแรก

(ว่าจะเล่าคร่าวๆ แต่ทำไมมันยาวจังหว่า)

แล้วก็มาเริ่มงานวันพุธ งานก็ยังไม่มีอะไร ก็ได้แนะนำตัวกัน ที่นี่มีคนจีนคนนึง

เก่งภ.ญี่ปุ่นมา สอบผ่านระดับ 1 แล้ว พูดได้อย่างกะคนญี่ปุ่นเลย

แนะนำตัวกันเสร็จ เค้าก็ให้เซ็ตคอมพ์ที่จะใช้

เค้าให้notebook ของ ibm เครื่อง 12 นิ้ว ไว้ใช้คนละเครื่อง

จะเอากลับบ้านก็ได้

กลางวันชาโจ้ (ประธานบริษัท) ก็พาไปเลี้ยงข้าวกลางวัน

เสร็จก็จะพาไปเดินห้าง แต่ไปถึงห้าง รู้สึกว่าห้างจะปิด (ดันปิดวันนี้พอดีเลย ห้างที่นี่มีปิดด้วยแฮะ)

จากนั้นก็พาไปร้าน Shop99  (ที่ทุกอย่างในร้าน 99 เยน ปกติเคยไปแต่ร้านร้อยเยน)

แต่ก็ไม่ค่อยมีของที่ต้องการเท่าไหร่ ร้านก็เล็กๆ ด้วย

เลิกงานก็ไปหาไรกินแถวนั้น ไปกินร้านราเมงที่มีหัวหมูหน้าร้าน อร่อยดี (วันหลังจะเล่าเรื่องร้านนี้พร้อมรูปหละนะ)

วันต่อมา (พฤหัสแระ) คุยกับโอตะซัง (คนที่บริษัทนี้ แล้วก็เป็นคนดูแลเราช่วงนี้) ว่าอยากได้จักรยานพับ

ที่หาเราหาข้อมูลมาไว้ก่อนแล้ว เค้าก็กุลีกุจอ หาร้านให้ แล้วบอกว่า เดี๋ยววันศุกร์จะพาไปดูกัน

กลางวันนี้ ซี้อของจาก คอนบีนี่ (convenient store) แถวๆนั้น แล้วกินที่ออฟฟิซ อร่อยดี

ตอนเย็นโอตะซัง ขับรถพาไปร้านร้อยเยนที่ห้างที่ค่อนข้างไกลจากออฟฟิซหน่อย

(รถโอตะซังใช้ Honda Fit สีเหลือง ก็คือ Honda Jazz นั่นเอง ของเราใช้สีบรอนเงิน)

(แต่คอนโซลหน้ารถเค้าน่าใช้กว่าแฮะ)
วันนี้ฝนตกทั้งวันด้วย ก็เลยสบายหน่อย ไม่งั้นต้องแบกทั้งของ ต้องกางร่มอีก

ที่ร้านร้อยเยนร้านนี้ ก็คือร้าน daiso (ที่ไทยก็มี) เป็นร้านค่อนข้างใหญ่เลย

ได้ของที่ต้องการหมดเลย ซื้อของเสร็จวันนี้ก็กลับไปกินราเมงร้านหมูอีก อร่อยดีนะ

วันนี้พอถึงห้องก็จัดของซะโล่งเลย ยังเหลือของที่ต้องการอีกนิดหน่อย

แต่ส่วนใหญ่ก็โอเคแระ กลางคืนฝนก็ยังตกอยู่

พอเช้ามา วันนี้ฟ้าสว่างเลย (ศุกร์แร้น)

วันนี้กลางวันโอตะซังพาไปดูร้านจักรยาน แต่รุ่นที่ต้องการไม่มี

ก็เลยไว้ก่อน ว่าจะลองสั่งเองทางเน็ตดู เพราะถูกกว่าด้วย

แล้วโอตะซังก็พาไปซื้อของกินที่ห้างที่วันก่อนมาแล้วปิด กลับไปกินที่ออฟฟิซด้วย

ตอนเย็นชาโจ้จะให้เอาโน๊ตบุ๊คกลับให้ได้เลย ก็เลยต้องไปหาซื้อกระเป๋าอีก ตอนจ่ายเงินค่ากระเป๋า

เห็นชาโจควักบัตรเครดิตของร้านนี้ออกมาจ่าย ก็นึกว่าจะออกตังค์ให้ แต่พอจ่ายเสร็จเราก็ต้องให้ตังค์อยู่ดี

เพราะว่า ชาโจ้จะเอาพอยท์ (ดันเป็นบัตรแบบเครดิต เราจะมีมั่งก็ไม่ได้อีก ไม่เหมือนพอยท์การ์ดทั่วไป)

เลิกงานก็เดินเล่นแถวๆนั้น ไปกินข้าว แล้วก็ไปเดินที่ห้างเมื่อกลางวันอีกที

ไปร้าน uniqlo ได้กระเป๋าใส่โน้ตบุ๊คดีหน่อยมาอีกใบ เพราะใบที่ซื้อก่อนหน้านี้มันไม่มีอะไรให้ใช้ถือหรือสะพายได้เลย (สองใบแต่ก็ยังถูกกว่า ที่เพื่อนอีกคนซื้อก่อนหน้านี้ใบนึงเลย)

กลับถึงบ้านก่อนนอน ก็ตั้งเวลาเครื่องซักผ้าไว้

เพราะวันเสาร์ชาโจ้ชวนไปกินข้าวที่บ้านตอนกลางวัน

วันเสาร์ตื่นเช้ามาก็ตากผ้า หาไรกินนิดหน่อย แล้วออกไปบ้านชาโจ้

(จะได้ใช้รูปแระ) นัดไว้ที่สถานี้แถวออฟฟิซ เพราะบ้านชาโจ้เป็นแมนชั่น อยู่ใกล้ๆ ออฟฟิซนั่นเอง

ข้างบนเป็นทางรถไฟที่ใช้ กับสถานีที่เป็นกระจกๆ หนะ

ทางเดินใต้ทางรถไฟสวยดี

ตึกซ้ายมือ คือแมนชั่นของชาโจ้อยู่ชั้น 21 ก่อนถึงเวลานัด ก็ซื้อเมลอนไปฝากชาโจ้

กับถ่ายรูปอีกนิดหน่อย

ดอกอะไรไม่รู้ วันนี้แสงจ้ามาก ดูจอกล้องไม่ค่อยรู้เรื่องว่า โฟกัสไปอยู่ตรงไหน เลยเบลอแปลกๆ

ตึกที่ชาโจ้อยู่

พอขึ้นมาบนห้องชาโจ้ แล้วก็ดูวิว สวยดี ตึกสูงนั่นคือตึกชื่อ act city ที่ชั้น 48 ให้ขึ้นได้ เห็นฟูจิซังได้

ตรงรอบตึกนั้น มีดาดฟ้าเตี้ยๆ สวยดี

ชาโจ้กับโอกซัง (ไว้เรียกแฟนของชาโจ้) ช่วยกันทำอาหาร

ชาโจ้ ทำกับข้าวอยู่ ชาโจ้ชอบที่จะคุยเรื่องประเทศไทย เรื่องภ.ไทยมากๆ

ที่ไทยก็มีสาขาของบริษัทเค้าอยู่ด้วย ต้องไปๆมาๆ ไทยญี่ปุ่น อยู่ตลอด

นิสัยจะเหมือนคนไทยอยู่แระ

ที่เห็นกลมๆ เป็นที่สถานีรถบัส ตรงกลาง จะมองลองไปเห็นลาน ใต้ดิน เป็นที่นั่งเล่นได้

มีทางเดินอยู่ใต้ดิน เชื่อมหลายๆ จุดเลย ที่เห็นตึกใหญ่ๆถัดไป ก็เป็นห้างที่อยู่บนสถานีรถไฟ เจอาร์

ที่ใกล้ๆ จะเห็นป้าย ซูซุกิ อยู่ ที่เมืองนี้จะมีบริษัทรถ อยู่เยอะแยะเลย หลายยี่ห้อมาก


อาหารที่ทำเลี้ยงวันนี้ มีสปาเก็ตตี้ มี ชีสเค้ก เค้าทำเองหมดเลย

กินกันเสร็จ ชาโจ้ก็ไปหยิบดาบ คาตะนะ มาอวดเต็มเลย

ดาบเล่มนี้ชาโจ้ภูมิใจนำเสนอมากๆ อายุก็หลายร้อยปีทีเดียว มีการทำที่ค่อนข้างละเอียดเลย

เวลาเก็บเขาจะแยก ด้ามดาบ ตัวดาบที่เป็นเหล็กออกจากกันด้วย

ด้ามดาบก็จะเอาดาบไม้มาเสียบไว้แทน แล้วตัวดาบ ก็เอาไปเสียบไว้ในด้ามไม้ธรรมดาแทน

อันนี้เป็นชูริเคนชนิดนึง (อาวุธที่นินจาใช้) ซึ่งชูริเคนอันนี้เป็นเซ็ตกับดาบคาตะนะอันนี้ด้วย

ฝักดาบสวยดี

ชูริเคนก็จะถูกเก็บไว้แบบนี้ เป็นอาวุธลัีบเลย

ที่ตัวดาบจะมีชื่อของคนทำดาบไว้ และดาบอันนี้ค่อนข้างมีชื่อเสียง

ชาโจ้ก็เปิดเว็บให้ดูด้วย

พอออกจากบ้านชาโจ้ก็เดินเล่นต่อ

สถานีถัดมา

อันนี้จริงๆแล้วคือทางระบายน้ำ แต่เค้าดีไซน์ให้สวย

ทำให้เกิดน้ำวนด้วย

ตึกที่ว่า

ที่บริเวณหน้าห้างตรงสถานีของเจ.อาร์ มีโชว์วงออเคสตร้าด้วย

ด้านนึงของทางออกจากสถานี้ มีอันเนี้ยะ

ทางเดินใต้ดิน

ใจกลางทางเดินใต้ดิน (กลมๆ ที่เห็นจากข้างบนห้องชาโจ้อะ)

มีรูปพวกเนี้ยะอยู่ ไม่รู้ความหมาย แต่เดาว่า จะรวมสิ่งเด่นๆ ของเมืองไว้

ในลักษณะของสัญลักษณ์ด้วย

แผนผังทางเดินใต้ดิน


บนดาดฟ้าเตี้ยๆ ที่เห็นมีประติมากรรมอยู่ สวยดี รูปกลางเป็นรูปปั้นโชแปง

อยู่บนดาดฟ้า อันนั้น มองเห็นชิงกังเซ็นที่เพิ่งเข้าออกสถานีด้วย

บนดาดฟ้าอันนั้น ขึ้นๆลงๆ ไปๆมาๆ ถ่ายรูปไปเรื่อยๆ

สูงดีจัง

เท่มาก

ุคุยกะยามได้ความว่า ชั้นที่ให้ขึ้นไปดูวิวได้วันนี้ปิด จะเปิดเฉพาะวันธรรมดา

ตั้งกะ สิบโมงเช้าถึงสี่โมงเย็น (แล้วจะมีเวลามาดูมั้ยเนี้ยะ)

เจอทางวนลง (ที่เดียวกับรูปบนแหละ)

ถ่ายจากข้างล่างขึ้นข้างบน

ป้ายห้าง (เงียบมาก แต่ไฮโซ)

ป้ายบอกทาง จะมีสถานที่จัดงานคอนเสิร์ตเยอะแยะ ไหนจะที่แสดงศิลปะอีก

เป็นเมืองที่ศิลปฯ จริงๆ

ตรงนี้เป็นที่เดียวกับที่ถ่ายจากบนดาดฟ้าอันเตี้ยๆเมื่อเกี้ยะ

มีเครื่องดนตรีอันเนี้ยะ เจ๋งดี ไม่รู้จะเรียกประติมากรรมดีเปล่า

ในทางเดินใต้ดินมีรูปวาดฝีมือเด็กประถมมัธยมมาให้ดูด้วย

มีคนแสดงนู้นแสดงนี้ให้ดูด้วย

คนนี้กว่าจะได้เล่น ต้องรอคนรูปข้างบนเล่นเสร็จก่อน เพราะเสียงดังเลย

ทั้งร้องทั้งเต้น

แต่วงนี้เองก็เล่นดีใช้ได้ (ภ.ญี่ปุ่นฟังง่ายดีด้วย)

หาข้าวกิน กลับบ้าน

แล้วก็พิมพ์อันเนี้ยะ มาจะสองชั่วโมงแระ

– เสร็จแร้น –


No Responses to “First Week for the second time in japan”  

  1. No Comments

Leave a Reply

You must log in to post a comment.