เมื่อคราวก่อนที่อยู่ญี่ปุ่น ได้อยู่ถึงแค่ช่วงใบไม้่เปลี่ยนสี
เลยยังไม่ได้เจอความหนาวแบบญี่ปุ่น
พอมาคราวนี้ก็ได้เจอจริงๆ แต่โชคดี ไม่ถึงกับเลวร้ายนัก พอได้ พอได้
ปกติแล้วบริษัทที่ญี่ปุ่น จะมีการท่องเที่ยวของบริษัทประจำปี
บริษัทเราก็จะมีให้เลือกไป 3 ที่
ปีนี้ รู้สึกจะมี โอกินาว่า ฮอกไกโด แล้วก็ต่างประเทศ ไม่แน่ใจว่าปีนี้ ไต้หวัน หรือ จีน
ก็ให้พนักงานเลือกได้ กลุ่มที่ไปโอกินาว่า ก็จะไปประมาณเกือบๆปลายฤดูร้อน ไปเล่นน้ำทะเล
ฮอกไกโดก็จะช่วงฤดูหนาว ส่วนของต่างประเทศไม่แน่ใจ
เราเลือกที่จะไปฮอกไกโด ไปลองเล่น สโนว์บอร์ดดู
ด้วยที่บริษัทอยู่โตเกียว แต่เราอยู่ที่บริษัทลูกค้าที่อยู่ต่างจังหวัดอีกที
ต้องออกเดินทางตั้งกะก่อนหน้าหนึ่งวัน จะได้ไปค้างกับเพื่อนที่อยู่โตเกียวคืนนึงก่อน
รุ่งขึ้นถึงไปขึ้นเครื่องบินพร้อมกับ คนอื่นๆ
ตอนอยู่ที่สนามบิน ระลานตากับอุปกรณ์แต่ละคนมาก
มีทั้งคนที่เล่นสกี มีทั้งเล่นสโนว์บอร์ด บางคนก็ส่งอุปกรณ์ไปที่โรงแรมที่นู้นก่อนหน้านี้แล้ว
บางคนก็จะแบกไปเอง ส่วนของเรากับเพื่อนๆ ก็ไปเช่าเอา
จากโตเกียวไปถึงฮอกไกโดก็ประมาณชั่วโมงกว่าๆ ไปถึงก็สนามบิน
ก็เห็นหิมะเต็มลานเลย มองไปทางไหนก็เห็นแต่สีขาวๆของหิมะ
ลืมบอกไปว่า ตอนนั้น ในโตเกียวหรือที่อื่นๆ หิมะจะยังไ่ม่ตกเลย
จากสนามบินก็นั่งรถบัสไปโรงแรมอีกสามชม. นานพอดู
ระหว่างทางที่ผ่าน มีแต่สีขาวของหิมะเต็มไปหมด แต่แรกๆ ยังไม่ได้เห็นหิมะตกเท่าไหร่
ก่อนที่รถจะพักจอดกลางทางแป๊บเดียวก็เข้าเขตหิมะกำลังตกเลย
หิมะหนามากเหยียบลงไปเป็นฟุต แล้วก็นุ่มเป็นแป้งเลย
คนญี่ปุ่น เล่าว่า หิมะที่ฮอกไกโดจะไม่เหมือนแถวภาคกลางเท่าไหร่
อย่างที่ฮอกไกโดจะ หิมะจะเอามาปั้นเป็นก้อน ไม่ง่าย เพราะเป็นหิมะที่แห้งมากๆ
พอจับก็จะป่นเหมือนแป้งเลย นุ่มๆ เกล็ดหิมะ ก็เป็นเกล็ดสวย
ถ้าเป็นของทางภาคกลาง ก็ส่วนใหญ่จับทีก็จะเป็นหยดน้ำเลย บางทีก็ไม่ทันได้เป็นเกล็ดสวยๆ
พอไปถึงโรงแรม เห็นรถที่จอดอยู่ในลานจอดรถแต่ละคัน เต็มไปด้วยหิมะทั้งนั้น
หิมะทับถมบนรถสูงเป็นฟุตทั้งนั้นเลย บางคันก็มีน้ำแข็งเกาะ เหมือนหินย้อยเลย
โรงแรมที่พักคือ Prince Hotel อยู่แถว ภูเขา นิเซโกะ ตะวันตะวันออก
เดินออกจากโรงแรมก็เจอลานสกีเลย
ลานสกีนี้เล่นได้ทั้ง สกี แล้วก็ สโนว์บอร์ด แต่บางลานนั้น จะมีระบุไว้เลยว่า ได้เฉพาะสกีเท่านั้น
อาจจะเพราะสโนว์บอร์ดจะล้มบ่อย แล้วไปกีดขวาง ทางง่ายก็ได้
ในการเล่นสโนว์บอร์ดหรือสกีนั้น สิ่งสำคัญอีกอย่างนอกจากอุปกรณ์แล้ว
ก็คือ บัตรขึ้น กระเช้า ลิฟท์
ให้ปีนขึ้นไปสูงแล้วค่อยไถลลงมาคงไม่ไหว
บัตรขึ้นลิฟท์ของเรา ใช้ได้ทั้งวัน แล้วก็มีรอบกลางคืน ไม่เกินสามทุ่มด้วย
ปกติแล้ว บัตรขึ้นลิฟท์อันนึงนั้น สามารถใช้ลิฟท์ตัวไหนก็ได้ ในบริเวณเขาลูกนั้น
วันแรกยังไม่ค่อยรู้อะไรกันเท่าไหร่ ก็เล่นที่ลานของโรงแรม ลิฟท์ของโรงแรมเลย
ครั้งนี้เป็นการเล่นสโนว์บอร์ดครั้งแรกของเรา
แต่เพื่อนที่ไปด้วยกัน สองสามคน เคยมีประสบการณ์มาครั้งสองครั้งแล้ว
เพื่อไม่ให้ต้องใครมาคอยลำบากสอน ก็เลยได้ศึกษาเชิงทฤษฏีเบื้องต้นมาก่อน
จาก http://www.abc-of-snowboarding.com/learn-snowboarding/
ในแผนที่ของลานสกีนั้นจะมีบอกว่า ช่วงไหนเป็นของคนระดับเริ่มต้น ระดับทั่วไป แล้วก็ระดับเก่งแล้ว
เค้าจะแบ่งตามความชันของเส้นทางช่วงนั้น มีแบ่งเป็นสีต่างๆ
แล้วในเขาก็จะมีลิฟท์หลายช่วงมากๆ เวลาจะไปช่วงไหน ก็ต้องดูแผนที่ขึ้นไปก่อน
เช่นขึ้นลิฟท์ตัวนี้ไป แล้วพอลง ก็ไถลไปหน่อย เพื่อไปขึ้นลิฟท์อีกตัวนึงเพื่อให้ได้ไปที่สูงขึ้น
คลิ๊กดูรูปใหญ่นะ
อันนเป็นแผนที่ลานสกีของบริเวณโรงแรมที่พัก กับใกล้เคียง
วันแรกที่เราเล่นกัน ก็ขึ้นลิฟท์ตัวด้านขวา ที่เฉียงขึ้นไปทางซ้าย (プリンスC)
ใกล้ๆแค่นั้นเอง ไม่ชันนัก ชันมากสุดประมาณไม่เกิน 15องศา
ลิฟท์ตัวนี้จะเป็นแบบนั่งสองคน
เวลาจะขึ้นลิฟท์ สโนว์บอร์ดต้องถอดตัวยึดขาหลัง เพื่อให้ไถลตัวแบบสเก็ตบอร์ดได้
ผ่านประตูเข้าไปมี เครื่องแสกน บัตรขึ้นลิฟท์ก่อน
แล้วค่อยไปต่อแถว พอถึงจังหวะ ก็เข้าไปรอตรงตำแหน่ง
พอลิฟท์มาก็ เราก็ปล่อยให้ลิฟท์ชนเรา เราก็หย่อนตัวลงนั่งได้
บางลิฟท์ก็จะมีให้ดึงที่กั้นลงมาป้องกันตกได้ บางที่ก็ไม่มี
อยู่บนลิฟท์ หิมะจะพัดเข้าหน้าตลอด ยิ่งถ้าลมแรงๆยิ่งหนาว
ยังดีที่ว่าลิฟท์ตัวนี้นั่งไม่นานเท่าไหร่
พอถึงจุดลง สำหรับมือใหม่ค่อนข้างยากอยู่ เพราะจะเป็นเนินชันลง
ตอนถึงจุดเราต้องยืนทรงตัวบนบอร์ดก่อน แล้วปล่อยให้ลิฟท์ดันเราออกไป
จนพ้นก็ปล่อยไถลไปข้างหน้า แ้ล้วต้องรีบไปให้พ้น บริเวณนั้น
เพื่อไม่ให้กีดขวาง คนที่กำลังจะลงต่อคนอื่น มีบ้างที่ล้มตรงทางลง
คนดูแลก็จะหยุดลิฟท์ให้บ้าง (คนที่รอขึ้นอยู่ข้างล่างก็ต้องรอเหมือนกัน)
ฉะนั้น สำหรับมือใหม่การลงจากลิฟท์ก็เป็นที่ค่อนข้างกังวลทีเดียว
พอลงจากลิฟท์ได้ สำหรับคนเล่นสโนว์บอร์ดก็ต้องไปหาที่นั่งเพื่อใส่
ที่ล๊อกขาที่ปล่อยไว้ตอนก่อนขึ้นลิฟท์ด้วย
สำหรับคนเล่นสกีก็สบายหน่อย ไม่ต้องทำอะไร ทั้งตอนขึ้นตอนลงเลย
พอเรียบร้อย ก็ไถลลงมา ช่วงไหนหิมะไม่หนา เวลาล้มทีก็จะค่อนข้างเจ็บหน่อย
แล้วยิ่งมือใหม่ด้วย บางทีก็หยุดไม่ได้ กว่าจะเล่นให้หยุดได้ ก็ใช้เวลาอยู่
บางทีก็พุ่งเข้าข้างทาง หิมะหนาเป็นเมตร กว่าจะคลานออกมาได้ เล่นเอาเหนื่อยทีเดียว
คนที่เล่นสกี ค่อนข้างได้เปรียบหลายอย่าง อย่างแรกเลยคือ ไม่ค่อยล้่ม
ต่อให้เป็นมือใหม่ เพราะ สกีสองขาแยกออกจากกันได้ พอจะล้มก็ใช้ขาขยับไปช่วยยันได้
แล้วก็ยังมีไม้ค้ำด้วย เวลาเข้าข้างทางก็ออกไม่ยาก
เพื่อนเราคนนึงล้มเข้าข้างทาง ก็ได้คนเล่นสกียื่นไม้ค้ำไปช่วยดึงออกมาได้
เล่นๆล้มๆ ก็สนุกดี วันแรกที่เล่น ก็ อยากเล่นให้ได้เยอะๆ ให้ชินๆ
ก็เล่นถึงรอบดึกเลย เล่นเสร็จก็หาไรกิน คืนแรก ยังไม่ได้กินรวมกัน ให้หากินเอง
ก็กินทีร้านอาหารของโรงแรม เป็นแบบเคาเตอร์ให้สั่ง แล้วก็ไปนั่งรอกิน
มีโต๊ะพูลให้เล่นได้ มีห้องคาราโอเกะ อาหารก็เป็นพวก ไส้กรอก สลัด
แต่จริงๆ ก็มีร้านอื่นด้วย แต่เห็นราคาแล้วสู้ไม่ไหว
ตอนดูราคาน้ำกินเห็นแพงจัง ก็เลยถามพนักงาน ว่าซื้อจากข้างนอกมากินได้เปล่า
ปรากฏว่าได้ด้วย ซื้อจากข้างนอกมากิน ประหยัดไปได้อีกหลายตังค์
กินเสร็จขึ้นห้องอาบน้ำ ก็ทายาแก้ปวดเมื่อยเนื้อตัวไว้ ยานี้ซื้อไว้หลังจากกลับมาจากปีนฟูจิ
เพราะรู้สึกว่า ช่วยได้เยอะ
วันรุ่งขึ้นตื่นมาปวดเมื่อยเนื้อตัวนิดหน่อย แต่ยังดีกว่าคนอื่น (วันหลังๆ ทุกคนขอทายามั่งหมดเลย)
ตอนเช้าก็มีกินข้าวเช้ากันที่โรงแรมเป็นแบบบุฟเฟไปตักกินเอง
กว่าจะกินเสร็จก็สายๆแระ กลุ่มเพื่อนผุ้หญิง ก็เตรียมจะไปขอเปลี่ยนอุปกรณ์ เพราะเห็นว่าไม่ถนัด กับบอร์ดอันที่ใช้อยู่
รออยู่แป๊บนึง คนญี่ปุ่น มาชวนไปเล่นอีกลานนึงใกล้ๆ กัน แต่คนน้อยกว่า กว้างกว่า
(เมื่อวานเค้าแอบไปกินอาหารแถวนั้นมา เลยรู้)
กลุ่มเพื่อนผู้หญิง อยุ่ๆกลับมาว่า คนนึงปวดหัว เพื่อนผุ้หญิงคนอื่นก็เลย ไม่ไปด้วย
(คงเพราะปวดเมื่อยเนื้อตัวด้วย)
คนญี่ปุ่นก็ไปแจ้งเอารถบัสเพื่อให้พาไปอีกลานนึงกัน
ไปถึงอีกลานนึง แบบ กว้างมากๆๆๆ (ในแผนที่ข้างบน ก็คือลานด้านซ้าย)
หิมะก็ค่อนข้างนุ่ม แต่เราก็ยังขึ้นแค่ลิฟท์ช่วงเดียว ยังไม่อาจหาญขึ้นไปสูงกว่านี้
เล่นลานนี้ค่อนข้างสบาย รุ้สึกว่าตัวเองเล่นเป็นมากขึ้น
คนญี่ปุ่นเล่นสกีร่อนเพลินเลย
เล่นไปสักพัก มีกลุ่มนักเรียน ที่มากับโรงเรียน อยู่สองสามโรงเรียนได้
เค้าเรียนสกีกัน ถึงคนเยอะ แต่ก็ดูไม่รบกวนการเล่นเท่าไหร่ เค้าแบ่งเป็นกลุ่มๆค่อนข้างดี
มีครูสอนประจำกลุ่มด้วย
ในลานสกีแต่ละลาน จะเห็นอาสาสมัครดูแล ที่คอยขึ้นๆลงๆในลานสกี
คอยดูว่ามีใครเป็นอะไรรึเปล่า สะพายเป้อุปกรณ์ช่วยเหลือต่างๆไว้
มีทั้งผู้หญิงผู้ชายเลย ดูแล้วอุ่นใจขึ้นเยอะ
เล่นทีลานสกีนี้ ค่อนข้างสนุก จนเพลิน .. เกินไปหน่อย เลยล้ม มีอยู่ครั้งนึง
ล้มคะมำลงไป สะเทือนไปทั้งหัวเลย คงเหมือนกับตอนนักมวยโดนชก แล้วโดนนับอะ
พอประมาณเที่ยงๆบ่ายๆ เราก็กินข้าวกันแถวนั้น
ราคาก็ปกติทั่วไป ไม่ได้แพงกว่าที่อืนซักเท่าไหร่
ตอนนั่งกินก็เห็นครอบครัวคนต่างชาติ มานั่งกินเหมือนกัน
ต่างชาติที่มาเล่นสกีส่วนใหญ่เท่าที่เห็นก็มักจะมากันเป็นครอบครัวๆ
ดูน่าสนุกดี
พอกินเสร็จก็ไปเล่นกันต่อคนญี่ปุ่น ก็ขอตัวกลับไปก่อน
ขากลับนี่ไม่จำเป็นต้องขึ้นรถบัสกลับ
แค่ไถลลงไปอีกทาง ก็ไปถึงโรงแรมได้เลย
เพราะลานมันเชื่อมถึงกัน แยกกันเพียงทางขึ้นเท่านั้น
พอเล่นเสร็จตอนเริ่มจะมืดก็จะมีคนมากันเชือกเพื่อไม่ให้ออกนอกเส้นทาง บางส่วน
เพราะกลางคืน ลานที่เปิดไฟให้เล่นได้ มีแค่บางที่เท่านั้น
เราก็หวิดๆ ว่าจะออกไปหลายที เพราะยังบังคับทิศทางไม่ค่อยได้
กว่าจะกลับไปถึงบริเวณโรงแรม
เพื่อนก็ขึ้นลิฟท์ของโรงแรมเล่นต่อไปอีกสองรอบแ้ล้ว
พอเลิกเล่น ก็เตรียมตัวกินข้าวกัน วันนี้กินรวมกันหมด
เป็นแบบบุฟเฟ่ มีปู ทาราบะ ซึ่งเป็นปูขึ้นชื่อของ ฮอกไกโดให้กินด้วย
(แต่ด้วยที่ว่าเป็นบุฟเฟ่ เลยไม่ค่อยเจ๋งเท่าไหร่)
พอกินเสร็จ ที่ลานสกีก็จะมีโชว์ เป็นคนเล่นสกีลงมา แล้วถือคบไฟด้วย
ก็คงจะสวยดี แต่ควันเยอะไปหน่อย
หิมะก็ตกแรงด้วย
คืนนั้นพอนั่งเล่นเสร็จ ก็ไปอาบน้ำ ออนเซ็นกัน
เค้าจะแยกห้องผู้ชายผุ้หญิง
ที่โรงแรมนี้ ไม่แน่ใจว่าดึงน้ำร้อนธรรมชาติขึ้นมารึเปล่า
จะมีให้เลือก ว่าจะแช่ในร่ม ซึ่งเป็นห้องอาบน้ำร้อนใหญ่ๆ
หรือจะออกไปกลางแจ้งก็ได้
เวลาจะแช่น้ำร้อน ก่อนอื่นต้องไปล้างตัวก่อนที่จะลงแช่น้ำร้อน
พวกเราออกไปแช่กลางแจ้งกัน ถึงจะเป็นกลางแจ้ง แต่ก็อยู่ใต้ห้องอาบน้ำในร่มอีกที ไม่ต้องกลัวคนอยู่บนห้องข้างบนของโรงแรมมองลงมาเห็น
เมื่อคราวก่อนนู้น ที่เคยแช่ออนเซ็น ก็แบบแช่คนเดียว
คราวนี้ต้องมาแช่รวมกันคนอื่นด้วย ทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน
เวลาลงแช่ ก็จะมีผ้าขนหนูผืนเล็กๆผืนนึงติดตัวไว้
แต่เวลาแช่น้ำ เค้าจะไม่ให้เอาผ้าขนหนูนั้นลงไปในน้ำด้วย
ก็ต้องถือไว้หรือจะวางไว้บนหัวก็ได้
ด้วยที่ว่าเป็นกลางแจ้งตัวช่วงบนก็หนาวๆ เพราะหิมะก็ยังตกอยู่
ถ้ายื่นมือออกไปพ้นที่กำบังแล้ว
ตอนนั่งเอาคางเกยขอบบ่อด้านที่หันหน้าออกด้านนอก
แป็บเดียวเอง ผมแข็งเป็นทรง ไม่ต้องใช้เยลใส่ผมเลย
จับดูก็แข็งเป็นน้ำแข็งเชียว
พอขึ้นจากน้ำร้อนเสร็จ ตอนก่อนจะขึ้นห้องนอน
คนญี่ปุ่นก็ชวน ออกไปหน้าโรงแรม (ทั้งๆที่แต่งชุดนอนนั่นแหละ แบบไม่มีเสื้อกันหนาวด้วย)
เอาผ้าขนหนูที่เพิ่งใช้ ไปเหวี่ยงๆในอากาศ
เดี๋ยวเดียวเอง ผ้าขนหนูแข็งเลย เป็นแท่งเชียว
(ดูในทีวี ก็เห็นคนญี่ปุ่นทำกันบ่อย คงสนุก)
วันรุ่งขึ้นก็เตรียมตัวกลับกัน หาซื้อพวกของฝากในโรงแรมไม่ีมีเลย
จะซื้อโปสกา์ร์ด ก็ไม่มีสวยๆเลย ก็เลยเอาโปสการ์ดที่ซื้อมาจากที่อื่น เขียนส่งไปไทยแทน
นั่งรถบัสกลับไปสนามบินหลับตลอดทางเลย
ถึงสนามบิน เข้าไปนึกว่าตลาด
มีของฝากขายเต็มเลย แล้วยิ่งฮอกไกโดขึ้นชื่อด้านของทะเลด้วย
ของฝากส่วนใหญ่ก็เป็นของสดซะเยอะแยะ เลยงงว่า เค้าขายของอย่างงี้กันในสนามบินด้วย
ทั้งปู หอย ปลา กุ้ง เต็มไปหมด (แต่ก็ซื้อไม่ลง แพงจัง ปูขน ตัวละ 6,500 เยน ปูทาราบะ ไม่ต้องพูดถึงราคา)
ซื้อของฝากนิดหน่อย
พอขึ้นเครื่องได้ก็หลับยาวเลย ทั้งๆที่ปกติ เวลาขึ้นเครื่องบินจะไม่ค่อยหลับเท่าไหร่
ถึงโตเกียวก็ต้องต่อชิงกังเซ็นกลับมาห้องอีก ยังดีของไม่เยอะเท่าไหร่
สรุป ไปครั้งนี้สนุกดี แต่เสียดายว่าไม่ได้ไปที่อื่นเลย อยู่แต่ในภูเขา
อุณหภูมิเจอต่ำสุดอยู่ที่ -4 องศา ซึ่งก็ยังไม่หนาวมาก พอรับได้
(ปกติฮอกไกโดจะหนาวต่ำๆอยู่ที่ -20 องศา เพราะเราไปตอนช่วงต้นฤดูหนาวเลย ยังไม่หนาวขนาดนั้น)
ต่อไปตามด้วยรูป
ไปคราวนี้ไม่ค่อยได้รูปเท่าไหร่เลย
แล้วก็ตอนถ่ายกล้องก็ไม่ได้ตั้งค่าอะไรเลย สีเลยออกเทาๆซะเยอะ
ถอดถุงมือออกมาจับกล้องถ่ายรูปทีเย็นมือไปหมด (รู้่งี้หาถุงมือเล็กๆแบบพอดีมือไปใช้ซักคู่ก็ดี)

อันนี้เป็นที่พักรถกลางทาง เป็นบ้านโดดอยู่ท่ามกลางหิมะเลย

อันนี้บนถนนเลย แทบมองไม่เห็นถนน หิมะเต็มไปหมด
กลางทางต้นไม้ก็มีแต่หิมะ

อันนี้ถ่ายจากห้องบนโรงแรม

ด้านขวาจะเห็นทะเลสาบเล็กๆ มีส่วนที่เป็นน้ำแข็งด้วย

แต่ไม่ได้ไปดู คงไกลอยู่

มองไปทางไหนก็มีแต่สีขาวๆ เทาๆ

อธิบายไรดีอะ รูปไม่สวยเท่าไหร่

อันนี้ถ่ายจากห้องอาหาร ผ่านกระจกออกไป หิมะตกค่อนข้างแรง (แต่ถ่ายไม่เห็น)

แสงกว่าจะส่องผ่านเมฆหมอกลงมาได้ซักที

อันนี้ทางลานที่บอกว่ากว้างๆ สวยดี

มีน้ำแข็งเกาะอยู่เต็มไปหมด ได้หักมาเล่นกันด้วย

จะมีรถที่ใช้วิ่งบนหิมะเฉพาะ ผ่านมาบ่อยๆ มีให้เช่า แพงอยู่ เลยไ่ม่ลองดีกว่า

ที่เห็นเหมือนเสาไฟ ก็คือ เสาลิฟท์

สงสัยจะมุมนิยม

เวลาพักกัน ก็จะเอาทั้งบอร์ดทั้งสกี มาปักๆกันไว้ บางทีก็วางไว้กับพื้น

อันนี้ปูขน ป้ายทางซ้าย ปูขน 6800 เยน ป้ายทางขวา ปูทาราบะตัวละ 17583 เยน (ไม่ซื้อเด็ดขาด)


One Response to “Snowboard At Hokkaido”
Please Wait
Leave a Reply
You must log in to post a comment.