Life
Deserted Blog บล๊อกร้าง
ด้วยเหตุที่จะยกมากอ้าง มันมากล้นเหลือ
รู้สึกตัวว่าเป็นคนชอบเทคโนโลยี ชอบติดตาม แต่มักจะไม่ค่อยจริงจังต่อเนื่อง เป็นนิสัยเสียที่แก้ไม่หาย
เพราะยังไม่ได้คิดจะแก้ซะที
ที่ผ่านๆมา
การงานก็มีเรื่อยๆเยอะๆวุ่นๆ ตามปกติ
ได้ตัดใจจากการขับรถมาทำงานทุกวัน เปลี่ยนเป็นไว้เฉพาะวันที่จำเป็นๆพอ
ได้ใช้ขนส่งมวลชนมาซักพัก ก็รู้สึกสบายดี ไม่ได้เหนื่อยเพิ่มขึ้นมากมายอย่างที่คิดไว้
ดูจะสบายใจขึ้น ทั้งจากเรื่องแรงกาย และแรงเงิน รู้สึกว่าประหยัดไปได้เยอะจริงๆ (ส่วนเรื่องแรงใจ เต็มเกินร้อยตลอดอยู่ละ)
ได้พบปะเจอเพื่อนฝูงมากขึ้น หลังจากกลับมาอยู่ไทยจะเกือบครึ่งปีละ
มีไปงานรับปริญญา รู้สึกว่าเป็นงานที่เยอะแยะวุ่นวายมาก แต่ไม่ีได้รู้สึกไม่ดี
งานแบบนี้รู้สึกว่าที่ไทยจะดีมาก ทำให้รู้สึกถึงสังคมและความใกล้ชิดกันของคนในสังคม
ในหลายประเทศ งานแบบนี้ อาจจะไม่มีคนอื่นๆมาร่วมแสดงความยินดีเลย อย่างมากก็แค่คนในครอบครัว
เรื่องเที่ยว ก็ไม่ได้ไปไหนไกลมากมาย ไกลหน่อยก็ไปนั่งอยู่ริมทะเลบางแสน หรือเกาะล้านพัทยา
แล้วก็มีในเมืองบ้าง
ช่วงนี้ก็ใสใจในสุขภาพมากขึ้น พยายามออกกำลังกาย ทั้งแบดฯ บาส ว่ายน้ำ
แล้วยิ่งไปเจอสระว่ายน้ำนึง น่าสนใจมาก เลยอดไม่ได้ ที่จะอยากไปว่ายน้ำบ่อยๆ
เด็กไทยเปลี่ยนสีตามฤดูกาล Vacation Season
เด๋วนี้ เด็กไทยเปลี่ยนสีได้ตามฤดูกาลแฮะ โดยเฉพาะฤดูร้อน
จริงๆแล้ว ก็ไม่ได้ตามฤดูอะไรขนาดนั้นหรอก ต้องบอกว่า เป็นช่วงปิดเทอมของเด็กๆ วัยเรียนตะหาก
ที่ว่าเปลี่ยนสีก็คือ สีผม ช่วงปิดเทอมนี่เวลาไปไหนมาไหน มักจะเห็นสีผมของเด็กวัยเรียนทั้งหลาย หลายหลายมาก
ทั้งสีทอง สีแดง สีน้ำเงิน
แล้วเดี๋ยวพอเปิดเทอม ก็คงจะกลายเป็นสีดำกันหมด
ลองนึกเล่นๆ ก็น่าจะเกี่ยวกับว่า เพราะช่วงเปิดเทอม โรงเรียนก็มีกฏอยู่ว่าห้ามย้อมผม พอปิดเทอมปุ๊บก็เลยทำสีผมกันใหญ่เลย
แต่สมมติว่า
โรงเรียนไม่มีกฏห้ามย้อมผมหละ ... ก็อาจจะไม่ทำสีผมกันก็ได้มั้ง
ลองนึกถึงญี่ปุ่น (เปรียบเทียบจนได้) โรงเรียนเอกชนส่วนใหญ่ไม่มีกฏเรื่องนี้
แต่ก็ไม่ค่อยจะได้เห็นนักเรียนญี่ปุ่น ย้อมผมไปโรงเรียนเลย
พอปิดเทอม สีผมก็ไม่ได้เปลี่ยนไปอะไร ก็ยังไว้แบบเดิมอย่างนั้น
ก็คงเข้าทำนอง มีกฏ ก็ต้องแหก แต่แหกไม่ได้มันก็เลยอัดอั้นไว้ ...
Return to homeland, but..
ขนาด blog นี้ยังเพิ่งได้เข้าวันนี้เอง
ตั้งแต่ก่อนไปญี่ปุ่นคราวนี้ ตั้งใจไว้ว่า ถ้ากลับมาไทยแล้วจะพยายามไม่เปรียบเทียบเรื่องต่างๆของไทยกับญี่ปุ่น
เพราะเมื่อตอนกลับมาคราวก่อน รู้สึกว่าตัวเองคิดเปรียบเทียบมากเกินไป
แต่แล้ว กลับมาคราวนี้ก็อดคิดเปรียบเทียบไม่ได้อีกอยู่ดี
กลับมาอยู่ไทยไม่กี่วัน รับฟังข่าวรอบด้าน รู้สึกไม่สบายใจยังไงก็ไม่รู้กับสถานการณ์ต่างๆของบ้านเมือง
ทั้งเรื่องการชุมนุมประท้วงที่บานปลายไปจน เกิดผลกระทบต่อหลายๆฝ่าย ไม่ใช่เดือดร้อนแค่ฝ่ายตรงข้ามกันเท่านั้น
ผลกระทบโดยตรง ก็คงเห็นกันอยู่แล้ว แต่ผลกระทบทางอ้อมที่อาจจะมองไม่เห็นหรือ อาจจะไม่รู้ ณ ตอนนี้ ก็น่าจะเกิดขึ้นอีกหลายๆอย่าง
ด้วยที่ว่าตัวเอง ทำงานกับบริษัทต่างชาติมานานพอสมควร ก็เกิดรู้สึกกลัว ถ้าเกิดวันนึง(ไม่ซิ อาจจะเริ่มแล้วก็ได้)คนต่างชาติ ไม่มั่นใจในประเทศไทยแล้ว จะเกิดอะไรขึ้น
หรืออะไรอีกหลายๆอย่าง ...
(นึกแล้วเครียด)
Four Requisites ปัจจัย 4
ของไทยคือสิ่งที่ชีวิตขาดไม่ได้ 4 อย่าง
อาหาร เสื้อผ้า ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค
ตัวเองเคยคิดว่า เสื้อผ้าไม่น่าจะอยู่ในปัจจัย 4 แต่จริงๆแล้วจำเป็น ช่วยป้องกันร่างกายจากทั้งความหนาวเย็นและสภาพแวดล้อมได้
ส่วนที่อยู่อาศัย ก็ไม่น่าจะจำเป็นต้องเป็นบ้าน แต่น่าจะเป็นที่ไหนๆก็ได้ที่ทำเรามีชีวิตอยู่รอดได้
ใต้ทางรถไฟก็เป็นที่อยู่อาศัยได้ ในอวกาศ ถ้ามีอากาศ ก็น่าจะเรียกว่าที่อยู่อาศัยได้
ส่วนอาหาร นี่แน่นอนอยู่แล้วสำคัญแน่ๆ continue »
Japan's Barber and Cut Model
แต่ขนาดว่าแพง แต่ร้านตัดผมของผู้ชายก็ราคาต่างกับร้านตัดผมของผู้หญิงเยอะมาก
เมื่อซักสี่ปีก่อนตอนมาอยู่ญี่ปุ่นครั้งแรก ตอนนั้นไม่เสียเงินตัดผมเลย เพราะว่ามีอยู่วันนึง
ทำงานกำลังกลับห้องแล้วเดินออกจากสถานีรถไฟมา ก็มีผู้หญิงมาถามว่า สนใจเป็น คัตโตะโมเดลลุ (カットモデル) มั้ย
หรือ ต้องการมาเป็นแบบตัดผมมั้ย ตอนแรกก็จะตอบว่าไม่ แต่เค้าบอกว่าฟรี เลยโอเค ก็ให้เบอร์โทรศัพท์ไป
(เข้าใจว่า ตอนแรกที่เค้าสังเกตุเห็นเรา คงเป็นเพราะว่า เราผมฟูอยู่)
continue »
Japanese Hospital Experience
ไม่ได้เขียนมานาน จนลืมว่าต้องเขียนยังไง
อยู่ญี่ปุ่นมาจนถึงตอนนี้ เพิ่งได้มีประสบการณ์ไปหาหมอที่รพ.ครั้งแรก
ด้วยว่ามีเหตุป่วย สาเหตุเพราะร่างกายเหนื่อยและอ่อนแอลง นั่นเอง
ที่ได้มีประสบการณ์ที่รพ.ญี่ปุ่น ก็ตอนนี้เป็นผุ้ป่วยนอกเฉยๆ ยังมิบังอาจกล้านอนค้างรพ. เด็ดขาด
รพ.ญี่ปุ่นนี่(โดยเฉพาะรพ.ที่ไปมานี่) เวลาทำการของส่วนรับคนไข้ผู้ป่วยนอก ค่อนข้างสั้นมาก
แต่ก็แล้วแต่สาขาแพทย์ด้วย ที่ที่ไป ส่วนรับคนไข้ผุ้ป่วยนอก เริ่มตั้งแต่ 8.30-11.30
ตอนแรกตั้งใจจะไปตอนบ่าย ดีว่าโทรไปถามก่อน ไม่งั้นได้ไปเก้อแน่ๆ continue »
Writing The Past
ต้นปีที่แล้ว มีความคิดว่า อยากจะเขียนบันทึกย้อนหลังสมัยที่อยู่ญี่ปุ่น คราวก่อนนู้่น
แต่ไปๆมาๆ จนผ่านมาปีนึง ก็ยังไม่ได้เขียนซักที
พออยู่ญี่ปุ่นคราวนี้ ก็ยังไม่ค่อยได้บันทึกอะไรอีก
ไหนเมื่อวาน จะได้ฟังข่าวการสูญเสียไปของเพื่อน ถึงสามคนอีก
ทำให้รู้สึกว่า หากเราได้บันทึกเรื่องราวของตัวเองเอาไว้ ก็คงดีนะ
(ไม่กล้าที่เขียนอธิบายความรู้สึก ยังไงไม่รู้)
หลังจากปีนฟูจิ ตั้งกะปีก่อน ช่วงเดือนเจ็ด ก็ไม่ได้เขียนอะไรอีกเลย
ทั้งๆที่ก็มีอะไรหลายๆอย่าง น่าจะเขียน
มี งานเทศกาลแซมบ้าที่เมืองนี้
ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ก็ไปสอบภาษาญี่ปุ่น continue »
First Week for the second time in japan
ตอนนี้กลับมาอยู่ญี่ปุ่นอีกครั้งแล้ว
เนื่องด้วยต้องมาทำงานบริษัทลูกค้าที่ญี่ปุ่น
จากไทยมาคืนวันที่ 10 มิ.ย ห้าทุ่มได้ ถึงญี่ปุ่น 7 โมงกว่าๆ
แต่ไม่ได้นอนเลย เพราะคนข้างๆ เปิดไฟ อ่านหนังสือพิมพ์ทั้งคืนเลย (จะมาอยากรู้ข่าวสารอะไรตอนนี้นะ)
แต่เพื่อนที่ไปด้วย หลับตลอดทางเลย น่าอิจฉาจริงๆ (กินอิ่มแล้วก็หลับ)
มาถึงญี่ปุ่นคราวนี้ ไม่มีอะไรต้องกังวลเท่าไหร่
มั่นใจในภ.ญี่ปุ่นตัวเองมากขึ้น (คิดว่างั้นนะ)
วันแรกมาถึง ต้องเข้าสำนักงานใหญ่ที่อุเอโนะ ที่โตเกียว continue »
doing many thing .色々なことをしてる~。
ช่วงนี้ก็มีอะไรต้องทำต้องคิดมากๆมายๆจริงๆ
มีทั้งเรื่องราวที่เข้ามาแล้วก็ผ่านไป แล้วก็เรื่องที่เข้ามาแต่ยังไม่ผ่านไปซะที แล้วก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะผ่านไปด้วย –’
มีงานที่เพิ่งจะปิดงานไปอย่างสมบูรณ์ๆ 2 งาน หนึ่งในนั้นก็ SiamParagon
ซึ่งเป็นงานที่เพื่อนรับมาในนามของ Agency นึง เพื่อนเรามีหน้าที่ในการทำกราฟฟิค ซึ่งพอดูทั้งการทำงานแล้วก็ผลงานแล้ว สุดยอดฝีมือจริง ส่วนเราก็มีหน้าที่ในการทำ CMS ทั้งหมดรวมทั้งหน้า Directory,News กับ ทำตัวส่งข้อมูลไปให้ Flash ซึ่งมีอีกคนทำอยู่ โดยส่วนตัวแล้วเราค่อนข้างพอใจกับงานนี้มากทีเดียว สรุปทำกันจริงๆ 3 คนเองมั้ง แต่ต้องยกเครดิตมากๆให้เพื่อนเราที่ออกแบบได้เยี่ยมจริงๆ Nott [จำ url ของ space ไม่ได้แฮะ]
ส่วนอีกงานก็ทำเกี่ยวกับ Event ของ RedLabel ก็ทำกับ Nott เหมือนเดิม
ตอนนี้ก็เพิ่งออกรถ Honda Jazz มาได้เกือบๆ เดือน เสียตังค์ไปหลายอยู่ รู้สึกเหมือนกำลังจะหมดเนื้อหมดตัวอยู่รอมร่อ แล้วก็อยากจะแต่งนู้นแต่งนี้ รถบ้าง ตอนนี้ก็เลยหาเรื่องศึกษาเกี่ยวกับ วงจร Electronic ต่างๆ นอกจากนี้ก็ยังอุตส่าห์มีเวลาไปสนใจเกี่ยวกับ Forex ซะอีก วันๆนึงก็มีเรื่องอะไรต่ออะไรให้อ่านมากมาย
ตอนเช้าถึงออฟฟิซก็ เช็คว่า [ Day2Day นะค่ะ ](นามแฝงสาวน้อย) วันนี้อัพเดตไดอารีรึยัง พอสายหน่อยก็เปิดเว็บ pantip ห้องรัชดา เปิดเว็บ hondajazz-club.com จากนั้นก็เปิดโปรแกรมดูตลาด Forex นั่งดูๆ เล็งๆ
ช่วงบ่ายก็ทำงาน(ซะที)
นั่งคิดเรื่องกลุ้มใจอีกว่า เขาจะบังคับจะให้ไปญี่ปุ่นเปล่าหว่า (จริงๆ ก็อยากไปอีก แต่คราวนี้ ดูท่าจะนานกว่าที่อยากไปหน่อย)
… เยอะ แยะ มาก มาย






